Specialty Coffee

8 สไตล์การชงกาแฟ พร้อมปักหมุด
ร้าน
Specialty Coffee ที่พลาดไม่ได้!

  • Specialty Coffee คือ กาแฟที่ทั้ง 3 ผู้ (ผู้ปลูก ผู้ประกอบกิจการ และผู้บริโภค) ให้ความสำคัญกับกาแฟคุณภาพสูง ใส่ใจเรื่องการทำให้กาแฟออกมามีคุณภาพที่ดีที่สุด
  • วิธีการทำกาแฟมีด้วยกันหลากหลาย แต่ละสไตล์ก็ให้ผลลัพธ์ สัมผัส และรสชาติที่แตกต่างกัน ตั้งแต่ Espresso สุดคลาสสิก ไปจนถึงกาแฟดริป เครื่องดื่มตัวโปรดของสายสโลว์ไลฟ์
  • ความตั้งใจของคนทำกาแฟ สามารถส่งมอบกาแฟที่มีคุณภาพดีให้กับผู้ดื่มได้ ทำให้กาแฟในแต่ละแก้วมีความอร่อยและมีความหมายมากกว่าเดิม

ทุกวันนี้ กาแฟ กลายเป็นหนึ่งใน Routine ของใครหลายๆ คน หากวันไหนไม่ได้ดื่ม คงโหยหาคาเฟอีนแน่ๆ และจะสังเกตได้ว่ามีร้านกาแฟอิสระ ผุดขึ้นมาอย่างกับดอกเห็ดเลยทีเดียว เพราะตอนนี้วงการกาแฟเข้าสู่ยุค Third Wave Coffee ทั้งคนปลูก เจ้าของร้าน และผู้บริโภค ใส่ใจและให้ความสำคัญกับ “กาแฟคุณภาพสูง” หรือที่เรียกว่า ‘Specialty Coffee’ มากขึ้นนั่นเอง ทำให้ร้าน Specialty Coffee พิถีพิถันกับวิธีการทำกาแฟ สำหรับคนที่หันมาหลงใหลวงการนี้แล้ว วันนี้เรามาดูกันดีกว่าว่า วิธีการทำกาแฟมีอะไรบ้าง และให้สัมผัสที่แตกต่างกันอย่างไร กับ 8 สไตล์การชงกาแฟ ที่สาย Specialty Coffee ห้ามพลาด!

Coffee Brewing Method

1. Espresso Machine

เครื่องชงกาแฟด้วยไอน้ำ เป็นการอัดไอน้ำและน้ำร้อนที่ผ่านเมล็ดกาแฟคั่วบดละเอียด ให้รสชาติที่เข้มข้น ชัดเจน เป็นวิธีทำกาแฟที่นิยมแพร่หลาย หาดื่มได้ง่าย ตามร้านกาแฟแบรนด์ดังและร้านกาแฟอิสระ

2. Drip Coffee / Pour – over Coffee

วิธีทำกาแฟผ่านกระดาษกรอง โดยการค่อยๆ รินน้ำร้อนให้หยดไหลผ่านกระดาษกรอง (Filter) รอให้น้ำไหลซึมผ่านกาแฟและกระดาษกรองลงสู่ภาชนะด้านล่าง หัวใจสำคัญของการ Drip ต้องใช้อุณหภูมิน้ำที่เหมาะและจังหวะในการเทน้ำที่พอดี เพราะรสชาติจะเปลี่ยนทุกอุณหภูมิที่ลดลง วิธีนี้ใช้เวลาทำประมาณ 5 – 10 นาที ขึ้นอยู่กับเทคนิคของบาริสต้าแต่ละคน

3. Cold Brew Coffee

กาแฟสกัดเย็น โดยการแช่กาแฟที่บดหยาบในน้ำเย็น และทิ้งไว้ข้ามคืน เพื่อให้รสชาติของกาแฟ ค่อยๆ ถูกปล่อยออกมา เป็นสัมผัสที่นุ่มนวล และรักษารสชาติของกาแฟคุณภาพดีๆ ไว้ได้

4. Aeropress

การทำกาแฟแบบ Aeropress เป็นการใช้แรงดันอากาศ ดันกาแฟในน้ำร้อน ปิดด้วยกระดาษกรอง (Fliter) ที่มีรูขนาดเล็กกับฝาตะแกรง ใช้เวลาทำสั้นๆ ประมาณ 1-1.30 นาที ทำให้กาแฟถูกแช่ไว้ไม่นาน เร่งการสกัดด้วยแรงดัน ช่วยลดความขมในกาแฟ รสชาติจะใกล้เคียงกับการใช้ Espresso Machine

5. French Press

เครื่องเฟรนช์เพรส ลักษณะกาทรงสูง เป็นการใส่เมล็ดกาแฟบดหยาบ ตามด้วยน้ำร้อนลงไป ปิดฝา แล้วค่อยๆ กดให้กากกาแฟลงไปด้านล่าง จะได้รสชาติจริงของกาแฟโดยไม่ผ่านฟิลเตอร์

6. Siphon

การชงกาแฟแบบสูญญากาศ เริ่มต้นจากใส่น้ำลงในโถลูกแก้ว จุดไฟต้มน้ำ พอน้ำเดือดจะถูกแรงดันผลักขึ้นไปด้านบน จากนั้นใส่เมล็ดกาแฟบดในกระบอกด้านบนที่มีตัวกรองอยู่ เมื่อปิดไฟ กาแฟจะไหลลงสู่โถลูกแก้ว จุดเด่นของ Siphon คือ มีกลิ่นหอมชัดเจน

7. Nitro Cold Brew

กาแฟที่ชงแบบสกัดเย็นด้วยการหมัก นำมาอัดไนโตรเจนเข้าไปคล้ายระบบเบียร์ ทำให้มีฟองนุ่ม เป็นการดึงรสชาติและกลิ่นหอมของกาแฟ ผ่านสัมผัสที่ละมุนปนฟองนุ่มๆ เหมาะกับผู้ที่ชอบดื่มกาแฟและเบียร์สด

8. Rok Presso

เครื่องชงกาแฟระบบใช้แรงดันที่เป็นก้านกด โดยการใช้น้ำร้อนและแรงดันผ่านผงกาแฟ จนได้กาแฟที่มีความเข้มข้น มีความครีม่า (Crema) เป็นฟองโฟมที่เกิดจากอากาศที่อยู่ในพื้นผิวเครื่องดื่ม

4 ลายแทงร้าน Specialty Coffee ที่คอกาแฟต้องลองสักครั้ง

1. Factory Coffee  ร้านดังย่านพญาไท ที่หลายคนคุ้นหู นอกจากจะโดดเด่นด้วยเมนูซิกเนเจอร์แล้ว ยังมีทีมบาริสต้าที่ได้เป็นตัวแทนประเทศไทย บนเวที World Barista Championship 2018 จนคว้าอันดับ 13 ของโลกจากรายการนี้ มาแล้ว

2. NANA Coffee Roaster  ร้านกาแฟและโรงคั่วที่เน้นคุณภาพแบบ Specialty Coffee กับแชมป์โลกจากการแข่งขัน World Siphonist Championship 2018 พร้อมเสิร์ฟเมล็ดกาแฟคุณภาพจากทั่วทุกมุมโลกและพุดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องกาแฟกับบาริสต้าได้แบบ Coffee Family And Friends

3. Mother Roaster  สโลว์บาร์ขนาดจิ๋ว โดยคุณป้าที่เป็นคนชอบชงกาแฟ เอกลักษณ์ของร้านนี้ ก็คงจะเป็นเจ้าเครื่อง Rok Presso ที่ไม่ว่าใครแวะไป จะต้องถ่ายภาพไปอวดลงโซเชียลมีเดียวแน่นอน

4. Nip Café  หากพูดถึงการทำกาแฟด้วย Aeropress แล้ว เรียกได้ว่าร้านนี้คือคำตอบ เพราะ เจ้าของร้านมีดีกรีเป็นถึงแชมป์ Thailand Aeropress 2017 บรรยากาศของร้านแสดงถึงความอบอุ่นและเป็นกันเอง สามารถพูดคุย สอบถามความรู้เรื่องกาแฟกับบาริสต้าได้เลย

เป็นยังไงบ้างกันบ้างกับ 8 สไตล์การทำกาแฟ หากใครที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองชอบดื่มกาแฟแบบไหน ลองไปตามลายแทงที่ Short Recap ทิ้งไว้ให้ได้เลย ดั่งประโยคเด็ดจาก คุณป้าที่ชอบชงกาแฟ จาก Mother Roaster บอกไว้ว่า “คนที่ชอบกินกาแฟส่วนใหญ่เป็นคนที่ชอบแสวงหา เช่น ไปร้านนี้ไม่ถูกใจเปลี่ยนร้านใหม่ มันก็คือส่วนหนึ่งของการแสวงหาโดยไม่รู้ตัว” แล้วอย่าลืมมาแชร์ให้ฟังกันล่ะว่าคุณชอบกาแฟแบบไหน แบบไหนที่ตอบโจทย์สไตล์คุณ