แก้วจากกากกาแฟ Kaffeeform
สู่วัฒนธรรมการดื่มกาแฟที่ยั่งยืน

  • ใน 2-3 ปีที่ผ่านมา วัฒนธรรมกาแฟและเทรนด์สิ่งแวดล้อมเข้ามามีอิทธิพลกับทั่วโลกมากขึ้น ทำให้หลายต่อหลายคนเริ่มมองหาช่องทางในการผลิตสินค้าจากขยะ ‘Kaffeeform’ ก็เช่นกัน ผลิตสินค้ารีไซเคิลที่สามารถสร้างรายได้ และมีคุณค่า จนเข้าสู่กระบวนการ Zero Waste ไม่สร้างขยะเพิ่ม จบในวัฏจักรเดียว
  • Julian Lechner ดีไซเนอร์ชาวเยอรมัน ใช้เวลาถึง 4 ปีในการคิดค้น ต่อยอด และผลิตแก้วกากกาแฟ จนกลายเป็นโปรเจกต์ที่ชื่อ ‘Kaffeeform’
  • ‘Kaffeeform’ มีส่วนประกอบคือ กากกาแฟ 6 แก้ว หรือประมาณ 40% ผสมรวมเข้ากับเศษไม้ เส้นใยธรรมชาติต่างๆ และ ไบโอโพลิเมอร์ ซึ่งเป็นสารที่สามารถย่อยสลายได้ด้วยตัวเองโดยธรรมชาติ ขึ้นรูปด้วยความร้อน ทำให้ผลิตภัณฑ์แก้วจากกากกาแฟทนความร้อน มีน้ำหนักเบา ทนทาน สิ่งสำคัญคือสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้

ไม่ว่าจะเมืองไทย หรือต่างประเทศ กาแฟเปรียบเสมือนเส้นเลือดฝอยที่หล่อเลี้ยงร่างกายของมนุษย์ในทุกช่วงวัย ตั้งแต่วัยรุ่น วัยทำงาน ไปจนถึงผู้สูงอายุเกือบจะทุกคน สามารถวัดปริมาณค่าได้จากยอดการซื้อขายกาแฟในตลาดโลกที่มากเป็นอันดับสอง รองจากน้ำมันปิโตรเลียม หรือ อัตราการดื่มกาแฟของคนไทยในปัจจุบันเฉลี่ยที่ 300 แก้วต่อคนต่อปี ซึ่งจะเห็นได้ว่าการดื่มกาแฟนั้นกลายเป็นวัฒนธรรมอีกหนึ่งวัฒนธรรมใหญ่ของหลายต่อหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการดื่มก่อน หลังมื้ออาหาร หรือจะเป็นการดื่มก่อนการทำงาน การดื่มก่อนการเริ่มวันใหม่ หรือในช่วงเวลาใดก็ตามแต่

กาแฟ 1 ใน 3 เครื่องดื่มที่คนทั่วโลกนิยมดื่มมากที่สุด

ในวัฏจักรการดื่มกาแฟนั้น กลุ่มคนส่วนใหญ่ไม่ได้ให้ความสนใจในกระบวนการการทำกาแฟเท่าที่ควร เพียงดื่มแล้วจากไป ซึ่งความจริงแล้วกระบวนการผลิตกาแฟนั้นมีหลากหลายวิธีการและทำให้เกิดขยะมากมาย จากแก้วกาแฟทั้งที่เป็นพลาสติกและกระดาษ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กากกาแฟ

อะไรคือ ‘Kaffeeform’ ?

กากกาแฟ เหมือนเป็นขยะดีๆ ในขั้นตอนการผลิตเครื่องดื่ม แต่ดีไซเนอร์ชาวเยอรมันกลับเล็งเห็นประโยชน์ของกากกาแฟ จึงนำมาต่อยอดผลิตภัณฑ์ที่สามารถใช้ซ้ำได้นำไปสู่วิธีการ Zero waste อย่างแท้จริง Julian Lechner ใช้เวลากว่า 4 ปีในการคิดค้น ต่อยอด และผลิต ‘Kaffeeform’ ออกมาได้อย่างประสบความสำเร็จ ‘Kaffeeform’ เป็นแก้วจากกากกาแฟที่ทนความร้อน มีน้ำหนักเบา ทนทานสามารถใช้ได้กับเครื่องล้างจานและสามารถใช้ซ้ำได้

รู้จัก ‘Kaffeeform’ ให้มากขึ้น

กระบวนการผลิตของ ‘Kaffeeform’ นั้นเป็น organic ทุกขั้นตอน Julian Lechner  ใช้กากกาแฟรวม 6 แก้ว ซึ่งเป็นกากกาแฟที่เหลือทิ้งกลายเป็นขยะจากร้านกาแฟในกรุงเบอร์ลิน คิดเป็นปริมาณกากกาแฟ 40% ผสมรวมไปกับเศษไม้ เส้นใยต่างๆ จากธรรมชาติ รวมไปถึงไบโอโพลิเมอร์ ที่เป็นสารสามารถย่อยสลายได้ด้วยตัวเองตามธรรมชาติ แล้วจึงนำไปขึ้นรูปด้วยความร้อน

ทำไม ‘Kaffeeform’ ถึงประสบความสำเร็จ

เนื่องด้วยส่วนประกอบและกระบวนการผลิตของ ‘Kaffeeform’ เป็นสิ่งที่ถูกคิดและต่อยอดมาจากขยะเหลือใช้ ถูกนำมารีไซเคิลอย่างคุ้มค่า สามารถย่อยสลายตัวเองได้โดยธรรมชาติ ก่อให้เกิดเป็นกระบวนการ Zero Waste ไม่เพิ่มขยะ จบในวัฏจักรเดียว เพราะเหตุนี้เองจึงทำให้ ‘Kaffeeform’ ได้รับรางวัล Best Design Award ในเวที Red Dot Awards 2018 ไปครอบครอง

‘Kaffeeform’ มีสินค้าให้เลือกถึง 4 แบบ ไม่ว่าจะเป็น Cappuccino Cup, Espresso Cup, Latte Cup, หรือ Weducer™ Cup แก้วสำหรับ Take Away เดินถือไปไหนมาไหนได้สะดวก ซึ่งในตอนนี้ผลิตภัณฑ์แก้วจากกากกาแฟของ ‘Kaffeeform’ ได้มีผู้ประกอบการให้ความสนใจมากถึง 120 ราย รวมไปถึงยังถูกใช้ในร้านกาแฟกว่า 20 แห่งทั่วกรุง Berlin ประเทศเยอรมัน รวมถึงเมือง ออสโล ลอนดอน ปารีส และอัมสเตอร์ดัม  ซึ่ง Julian Lechner ไม่ได้ต้องการหยุดเพียงเท่านี้ เขายังหวังที่จะนำกากกาแฟไปรีไซเคิลเพื่อเป็นผลิตภัณฑ์ชิ้นใหม่ๆ อย่างเฟอร์นิเจอร์ หรือสิ่งของอื่นๆ อีกด้วย

นับได้ว่าเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมยินดีที่คนทั่วโลกมองเห็นถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน โดยการนำสิ่งที่เป็นขยะแล้วนำกลับมารีไซเคิลให้เป็นสินค้าที่มีคุณภาพ มีคุณค่า และเพิ่มรายได้ เพียงเท่านี้เราก็สามารถทำให้การดื่มกาแฟกลายเป็นวิถีวัฒนธรรมที่ยั่งยืนได้โดยวิธีแบบ Zero Waste กันได้แล้ว

ที่มา :

https://lab.sal.mn/2019/01/

https://www.greenmeberlin.com/podcast-kaffeeform/

https://www.kaffeeform.com/en/