เป้าหมาย

3 ด่านสำคัญของจิตใจ ที่ต้องเอาชนะให้ได้
เพื่อสำเร็จเป้าหมายในชีวิต

  • Amanda Crowell นักจิตวิทยาจากนิวยอร์กกล่าวถึงความล้มเหลวสู่เป้าหมายว่ามาจากจิตใจที่ไม่เข้มแข็ง 3 ประการ
  • ประกอบด้วย ไม่คิดว่าจะทำสิ่งนั้นได้ คิดว่าไม่ถนัดในสิ่งนั้น และรู้ว่าต้องทำแต่ไม่อยากลงมือทำ
  • หากจัดการกับระบบความคิด และมองปัญหาได้อย่างตรงจุด คุณจะเริ่มลงมือทำทันทีอย่างไม่รีรอ และสิ่งนี้แหละจะพาไปสู่เป้าหมายเร็วขึ้น

นักจิตวิทยาหลายท่านต่างพิสูจน์แล้วว่า อุปสรรคสำคัญที่ทำให้เราไม่สามารถเอาชนะทั้งความฝันและเป้าหมายได้นั่นก็คือจิตใจของเรานั่นเองเพราะการยกธงขาวยอมจำนนต่อความขี้เกียจหรือพฤติกรรมผลัดวันประกันพรุ่งจนเป็นนิสัย จะทำให้คุณไม่สามารถลงมือทำเพื่อไปสู่เป้าหมายได้

ติดตามเทคนิคเปลี่ยนความคิดและลุกขึ้นสร้าง Productivity ที่เรานำมาฝากในวันนี้ รับรองว่าจะช่วยกระตุกต่อมความอยากให้คุณกล้าลุกขึ้นมาสร้างสิ่งใหม่ได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว

ครั้งสุดท้ายที่พูดว่า อยากลงมือทำอะไรบางอย่างคือเมื่อไหร่กันนะ

ในซีรีส์สร้างแรงบันดาลใจ “How to Be a Better Human” จากเวที TED’s เริ่มตั้งคำถามชวนฉุกคิดว่า  ครั้งสุดท้ายที่คุณพูดว่า อยากจะทำอะไรบางอย่างคือเมื่อไหร่กันนะ คำตอบอาจจะเป็นเมื่อ 5 นาทีก่อนหน้านี้ ที่คุณตั้งใจจะลุกไปอาบน้ำ ทว่าก็ไม่ขยับจากการเล่นโทรศัพท์สักที หรืออยากเป็นสายเฮลท์ตี้กินอาหารที่มีประโยชน์แต่ก็ยังไม่เริ่มต้นเลยสักมื้อ สังเกตหรือไม่ว่า เราต่างค้นพบความต้องการของตนเองชัดเจนแล้ว แต่ทำไมคุณไม่เขยิบเข้าไปใกล้เป้าหมายนั้นเลย

ขณะที่หลายคนอาจคิดว่า ความล้มเหลวเกิดขึ้นจากความเกียจคร้าน ขาดความมั่นใจ และไม่มี Passion เพียงพอที่จะลุกขึ้นมาทำตามเป้าหมาย แต่ Amanda Crowell นักจิตวิทยาจากนิวยอร์ก มีคำตอบที่น่าสนใจและอาจเป็นไปได้มากกว่านั้น

เธอยกตัวอย่างประสบการณ์ส่วนตัวที่ว่า เธอเป็นคนเกลียดการออกกำลังกายมาก ซึ่ง Crowell ปล่อยให้ความเกลียดชังนี้ครอบคลุมชีวิตมานานถึง 34 ปี จนกระทั่งถึงจังหวะที่ต้องเป็นแม่คนขึ้นมา เธอจึงคิดได้ว่าหากยังมีสุขภาพไม่แข็งแรงคงไม่สามารถวิ่งเล่นกับลูกๆ ได้แน่นอน

แม้รู้แล้วว่าวิธีทางแก้ไขปัญหานี้คือต้องออกกำลังกาย แต่นักจิตวิทยาสาวยังคงผลัดวันประกันพรุ่ง ไม่แม้แต่จะก้าวขาเข้าไปในยิมเลยด้วยซ้ำ ทำให้ต้องใช้เวลาถึง 3 ปีเพื่อล้วงลึกไปถึงศัตรูที่เคยคิดว่าเป็นความเกียจคร้านแต่กลับพบว่า

จิตใจที่ไม่เข้มแข็งต่างหาก คือคำตอบของความล้มเหลวที่ผ่านมาทั้งหมด ถึงเวลาแล้วที่ Crowell จะแบ่งปันวิธีกำจัดศัตรูตัวฉกาจ มาดูกันดีกว่าว่าคุณเองจะรับมือกับจิตใจที่ขวัดขวางความสำเร็จได้อย่างไรบ้าง ?

ด่านที่ 1 “ฉันไม่คิดว่าฉันจะทำได้

Crowell บอกว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะขุดตัวเองไปออกกำลังกายง่ายๆ เพราะสิ่งนี้เคยเกิดขึ้นกับเธอมาแล้ว เมื่อต้องกุลีกุจรใส่รองเท้ากีฬา ขณะสวมกางเกงโยคะ และอีกมือหนึ่งก็ถือ mp3 เพื่อฟังเพลง แค่เริ่มต้นก็ดูเงออะงะติดขัดเสียแล้ว ทำให้ขณะหนึ่งของความคิดตะโกนลั่นประท้วงว่าฉันทำไม่ได้หรอก ธรรมชาติไม่ได้สร้างร่างกายของฉันให้มาออกกำลังกายซึ่งทางออกที่ทำให้เธอคนนี้กลายเป็นคนรักการออกกำลังกาย ถึงขนาดพิชิตไตรกีฬาและฮาล์ฟมาราธอนได้ คือคิดเสียว่าอุปสรรคในช่วงเริ่มต้นเป็นเพียงก้าวหนึ่งที่พิสูจน์ตนเองเท่านั้น หัวใจของความสำเร็จไม่ใช่พรสวรรค์แต่คือความพยายามต่างหากดังนั้นเมื่อมีครั้งต่อไปที่ความรู้สึกเช่นนี้เข้าครอบงำคุณอีก ให้ตะโกนบอกตัวเองดังๆ เลยว่า เรากำลังเข้าใกล้เป้าหมายมากขึ้น อดทนอีกนิดสิ ความพยายามไม่เคยทรยศเราหรอก

ด่านที่ 2 : “คนอย่างฉันไม่ถนัดเรื่องพรรณนี้หรอก

หากเคยเกิดความรู้สึกสับสนเมื่อต้องทำอะไรที่ไม่ถนัดหรือไม่เป็นตัวของตัวเอง อย่าเพิ่งท้อแท้และล้มเลิกความตั้งใจไปเสียก่อน เพราะแท้จริงแล้วคุณสามารถเดินไปถึงเป้าหมายได้เช่นกัน เพียงแค่ต้องหาคนที่มีวิธีคิดคล้ายกับคุณมาเป็นผู้ช่วย หากมีภาพเป้าหมายที่ชัดเจนตรงกัน การมอบมายหน้าที่ให้ร่างโคลนนิ่งของคุณช่วยดูแลจะช่วยให้เดินไปถึงเป้าหมายได้เร็วขึ้น และที่สำคัญคือเพิ่มเวลาพักผ่อนด้วยนั่นเอง

ด่านที่ 3 : ฉันรู้นะว่าต้องทำสิ่งนี้ แต่แค่ไม่อยากทำเท่านั้นเอง

สำหรับวิธีจัดการกับ To do list ตรงหน้าที่ไม่อยากทำคือต้องพูดคุยกับตัวเอง Crowell แนะนำทฤษฎีที่ว่า จริงๆ แล้วเรามีเหตุผลที่สนับสนุนการตัดสินใจลงมือทำอยู่ 2 ปัจจัยใหญ่ๆ  อย่างแรกมาจากภายในประกอบด้วย สิ่งที่คุณสนใจ ความฝันที่วางแผนไว้ระยะยาว ส่วนเหตุผลสนับสนุนจากภายนอกคือผลลัพธ์ที่เราคิดว่าจะได้รับเมื่อลงมือทำ เช่น คนอื่นต้องมองว่าฉันเก่งแน่ๆ หากทำงานที่ได้รับมอบหมายสำเร็จ หรือถ้าได้เลื่อนตำแหน่งครอบครัวจะต้องภูมิใจ ดังนั้นหาก To do List ที่คุณมีนั้นได้เหตุผลภายในมาสนับสนุน ก็ขอแสดงความยินดีด้วยเพราะมีแนวโน้มสูงเลยทีเดียวที่คุณจะทำงานเสร็จได้อย่างง่ายดาย แต่หากมาจากปัจจัยภายนอกก็อาจทำให้แชเชือน มีโอกาสที่จะไม่ลงมือทำสักทีมากกว่าเพราะไม่ได้ส่งผลกระทบต่อคุณโดยตรง

เห็นหรือไม่ว่าวายร้ายทั้ง 3 ด่านที่นักจิตวิทยานำเสนอล้วนเกิดขึ้นจากจิตใจที่ไม่มั่นคงของเราทั้งสิ้น ดังนั้นอย่ามัวแต่เถียงกับตนเองอยู่เลย รีบเอาชนะทัศนคติที่ไม่หนักแน่นตั้งแต่วินาทีนี้ รับรองว่าอุปสรรคที่ยากเหมือนกำแพงสูงจะง่ายขึ้นในพริบตาเลยทีเดียว