ผัดวันประกันพรุ่ง_cover

ผัดวันประกันพรุ่ง
นิสัยเสียสุดคลาสสิก แก้ยากแต่แก้ได้ ง่ายนิดเดียว

  • “เอาไว้ก่อน” “เดี๋ยวค่อยทำก็ได้” ประโยคคลาสสิกขั้นเริ่มต้นของการผัดวันประกันพรุ่ง
  • การผัดวันประกันพรุ่งเป็นการจัดการกับความกดดันทางอารมณ์และจิตใจ รวมถึงอาจส่งผลกับการจัดการเวลาด้วยเช่นกัน
  • ผลเสียจากการผัดวันประกันพรุ่งคืออาจจะเสียครอบครัว ทะเลาะกันจนแตกหัก เสียการงาน เนื่องจากขาดความรับผิดชอบ

สาเหตุหลักอีกหนึ่งข้อของการที่ทำอะไรก็ไม่ประสบความสำเร็จสักทีคือการผัดวันประกันพรุ่ง ซึ่งสิ่งสำคัญของของการกลายเป็นคนประเภทนี้คือคนที่มีหน้าที่ความรับผิดชอบเยอะ มีสิ่งที่ต้องทำหลายอย่าง แต่ไม่รู้จักการจัดสรรเวลาหรือวางลำดับความสำคัญว่าสิ่งไหนควรทำก่อนสิ่งไหนควรทำหลัง

การผัดวันประกันพรุ่งเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดผลเสียกับชีวิตอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเรื่องของครอบครัว อาจเกิดการทะเลาะกันจนแตกหัก หรือจะเป็นเรื่องของการทำงานหรือการเรียน ที่ทำให้คุณกลายเป็นคนที่ไม่มีความรับผิดชอบในสิ่งที่ได้รับมอบหมาย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ควรติดตัวคุณไปจนแก่เฒ่า เพราะจะทำให้คุณกลายเป็นคนที่ไม่มีคุณภาพไปโดยปริยาย

แท้จริงแล้วการผัดวันประกันพรุ่ง
เป็นเรื่องของการจัดการอารมณ์
ไม่ใช่เวลา

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Stockholm เปิดเผยว่า จากการศึกษาเรื่องของการผัดวันประกันพรุ่งเป็นการจัดการกับความกดดันทางอารมณ์และจิตใจ ตัวอย่างเช่นคุณได้รับมอบหมายว่าต้องทำงานชิ้นนี้ให้เสร็จ แทนที่คุณจะเริ่มทำเลย แต่กลับเปิด Netflix หาซีรี่ส์ดูสักหนึ่งซีซั่นเพื่อความจรรโลงใจ ถึงจะเริ่มทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งการกระทำเช่นนี้ นักวิจัยกล่าวว่าเป็นการ “การชดเชยทางจิตใจ”

ซึ่งหากคุณกระทำสิ่งเหล่านี้ในระยะยาว จะทำให้คุณติดเป็นนิสัยที่ไม่สามารถแก้ได้ จนบางครั้งอาจทำให้คุณเกิดความเครียด กระวนกระวายใจ เนื่องจากทำสิ่งที่ได้รับมอบหมายไม่สำเร็จไร้ประสิทธิภาพในการทำงาน หรือหากเสร็จก็อาจกลายเป็นงานที่ไม่มีคุณภาพ

ถึงเวลาจัดการกับนิสัยผัดวันประกันพรุ่ง

  • แบ่งเวลาให้ถูก

คุณต้องเริ่มสกัดดาวรุ่งนิสัยผัดวันประกันพรุ่งตั้งแต่จุดนี้ เมื่อคุณได้รับมอบหมายสิ่งใดสิ่งหนึ่งแล้ว คุณจำเป็นที่จะต้องแบ่งเวลาให้ถูกว่าควรทำงานนี้ในเวลาไหน งานถัดไปในเวลาไหน เวลาไหนควรจริงจัง เวลาไหนควรพักผ่อน เนื่องจากการแบ่งเวลาให้เป็นระบบจะช่วยให้การรับผิดชอบงานของคุณทำงานเป็นขั้นตอนมากขึ้น จะส่งผลให้งานที่คุณทำมีคุณภาพ

  • รู้ว่าเป้าหมายคืออะไร

คนที่มีนิสัยผัดวันประกันพรุ่งมักจะมองไม่ค่อยเห็นเป้าหมายของการกระทำสักเท่าไหร่ เนื่องจากมักจะอยู่กับความสบายใจหรือ Comfort Zone ของตัวเอง ทำเรื่องที่ทำให้ตัวเองสบายใจก่อนแล้วจึงค่อยทำสิ่งที่ได้รับมอบหมาย หากไม่ทำเช่นนั้นจะไม่มีแรงบันดาลใจในการทำสิ่งนั้นๆ ควรหยุดความคิดนั้นในบัดดล ได้เวลาตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน แล้วทำสิ่งนั้นให้สำเร็จตามเวลาที่กำหนด เพียงเท่านี้คุณก็สามารถใช้เวลาที่เหลือหลังจากการทำงานเสร็จไปทำเรื่องบันเทิงตามใจของคุณได้แล้ว

  • หลีกหนีเรื่องที่ถ่วงเวลา

หากเป็นไปได้ควรงดการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่รบกวนความสำเร็จของคุณ อย่างเช่น ปิดเสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ หลีกเลี่ยงการเข้าไปทักทาย Social Media เพื่อเพิ่มสมาธิในการทำงานและย่นระยะเวลาการทำงานให้เสร็จก่อนเวลามากขึ้น ต่อไปนี้ใครก็ว่าคุณเป็นคนผัดวันประกันพรุ่งไม่ได้แล้ว

  • ลงโทษตัวเองบ้างเมื่อเผลอ

อาจเป็นเรื่องปกติที่คนเราจะมีการเผลอไผลกันบ้าง เมื่อคุณรู้ตัวว่ากำลังเผลอทำนิสัยผัดวันประกันพรุ่ง คุณควรตั้งกฎกับตัวเอง อาจเริ่มจากการงดรับประทานอาหารที่ชอบ 1 วัน หรือ จากปกติทำงานเสร็จแล้วต้องดูหนังสัก 1 เรื่องก็ต้องงดไป การกระทำเหล่านี้จะช่วยย้ำเตือนให้คุณอยู่ในลู่ทางมากขึ้น

  • ให้รางวัลตัวเองเมื่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งสำเร็จ

เมื่อเราทำสิ่งที่ได้รับมอบหมายสำเร็จโดยปราศจากการผัดวันประกันพรุ่ง เราควรจะมอบรางวัลให้ตัวเองสักเล็กน้อย อย่างการพาตัวเองไปกินของอร่อยที่น้อยครั้งจะมีโอกาสได้กิน ออกไปทำกิจกรรมที่อยากทำมานานให้ชื่นใจ เพื่อให้มีแรงมีพลังกลับมาทำสิ่งอื่นๆ ที่ได้รับมอบหมายต่อไปในอนาคต

การเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อเติมเต็มศักยภาพถือเป็นเรื่องที่ควรทำอยู่เสมอ เมื่อสำรวจตัวเองแล้วพบว่าสิ่งที่กำลังทำไม่ดี ควรหลีกเลี่ยงหรือเปลี่ยนแปลงไปเลย อย่างการผัดวันประกันพรุ่งก็เช่นกัน หากเลิกนิสัยเหล่านี้ได้ Short  Recap เชื่อว่าคุณจะกลายเป็นคนที่มีวินัยในตัวเองมากขึ้นอย่างแน่นอน