ฝันร้าย

รวมข้อเท็จจริงของฝันร้ายต่าง ๆ
คือลางบอกเหตุอย่างที่ใครว่าไว้จริง
?

  • การที่เราฝันร้ายแท้จริงแล้วมันไม่ใช่ลางบอกเหตุ แต่มันคือระบบการทำงานของสมองที่ช่วยระบายความคิดและความรู้สึกในใจออกมาเป็นความฝัน
  • จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ทุกคนเคยฝันว่าตัวเองตกจากที่สูง ถูกตามล่า สูญเสียคนรัก หรือไปทำงานสาย นั่นก็เพราะว่าสมองของเรากำลังทำงานในขณะที่เราหลับอยู่นั่นเอง
  • ถึงแม้ว่าฝันร้ายจะทำให้เรารู้สึกแย่และเหนื่อย อย่างน้อยมันก็ช่วยให้เราได้ระบายความกังวลหรือความเครียดออกมา ทำให้เรารับรู้ว่าเรื่องแย่ ๆ ก็เป็นแค่ฝัน ไม่ได้เกิดขึ้นจริง แล้วเราก็จะค่อย ๆ ผ่อนคลายไปเอง

เชื่อว่าทุกคนคงเคยฝันร้ายกันทั้งนั้น หลายครั้งการฝันร้ายก็มักจะทำให้เราเหนื่อยและเสียใจกับสิ่งที่ฝัน จนทำให้บางคนตกใจตื่น มีเหงื่อออก หรือน้ำตาไหล โดยส่วนใหญ่เรื่องที่คนมักฝันร้ายจะเกี่ยวกับการตกจากที่สูง ถูกตามล่า สูญเสียคนที่รัก ไปเรียนหรือไปทำงานสาย ทำให้เรารู้สึกกลัวหรือเศร้า บางคนเชื่อว่าการฝันร้ายคือลางบอกเหตุที่ไม่ดีในอนาคต แต่ความจริงแล้วมันเกิดจากเรื่องราวต่าง ๆ ที่พบเจอในชีวิตประจำวัน ถูกระบายอารมณ์และความรู้สึกออกมาเป็นความฝันต่างหาก ซึ่งแต่ละคนก็จะฝันคล้าย ๆ กัน แม้ว่าจะต่างวัฒนธรรมกันเราก็ยังฝันเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ และตอนนี้ Short recap จะมาเล่าว่าที่มาของความฝันนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร

ฝันว่าตกจากที่สูง

การที่เราฝันว่าตัวเองตกจากที่สูง แท้จริงแล้วเกิดจากการที่ร่างกายอยู่ในภาวะกึ่งหลับกึ่งตื่น ซึ่งร่างกายจะรับรู้ได้น้อยลง เราจะรู้สึกว่าแสงไฟค่อย ๆ มืด หลังจากนั้นกล้ามเนื้อจะเริ่มผ่อนคลาย ซึ่งในขณะที่กล้ามเนื้อกำลังผ่อนคลายสมองจะคิดว่าเรากำลังตกจากที่สูง จนทำให้เกิดการกระตุก (Myoclonia) และสะดุ้งตื่น แต่เมื่อตื่นมาแล้วกลับพบว่าตัวเองอยู่ที่เดิม หลายคนจึงคิดว่าเป็นความฝัน แต่ความจริงแล้วมันคือภาวะที่ร่างกายกำลังเข้าสู่ช่วงหลับตื้น เป็นที่มาว่าทำไมเราถึงเคยฝันว่าตัวเองตกจากที่สูงเหมือนกัน

ฝันว่ากำลังถูกตามล่า

จากการศึกษาข้อมูล การฝันว่าตัวเองกำลังถูกตามล่านั้นบ่งบอกว่าชีวิตประจำวันของเรากำลังเจอกับปัญหา ไม่ว่าจะเป็นด้านการงานหรือความรัก ซึ่งตัวเราเองยังฝังใจและกังวลเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้อยู่ สมองจึงสั่งให้ระบายความเครียดออกมาเป็นความฝันดังกล่าว และการที่เราทุกคนจำได้ว่าตัวเองเคยฝันแบบนี้ก็เพราะว่าเราฝันในช่วงที่ใกล้ตื่น ซึ่งเป็นช่วงที่ REM Sleep (Rapid eye movement) ยาวนาน ทำให้เราฝันเป็นเรื่องเป็นราวมากกว่า เพราะโดยปกติแล้วในหนึ่งคืนเราสามารถฝันได้หลายเรื่อง แต่จำไม่ได้เท่านั้นเอง

แล้วทำไมในฝันเราถึงวิ่งช้า หรือไม่มีแรง ?

หลายคนคงสงสัยว่าทำไมเวลาที่เราวิ่งหนีหรือต่อสู้กับอะไรบางอย่างในความฝันถึงดูไม่ค่อยมีแรง เตะต่อยเท่าไรเขาก็ไม่รู้สึก นั่นก็เพราะว่าในขณะที่เราฝันร่างกายของเราเป็นอัมพาต ไม่ได้เคลื่อนไหวจริง ๆ แต่ระบบประสาทอัตโนมัติ (Autonomic Storms) ยังทำงานอยู่ ทำให้ทุกครั้งที่วิ่งหนีหรือต่อสู้ในความฝันเราถึงรู้สึกไม่มีแรง แต่ก็ยังรู้สึกเหนื่อย บางทีอาจมีเหงื่อออก ใจเต้นเร็ว นั่นเป็นเพราะว่าร่างกายเราเตรียมพร้อมสำหรับอันตรายหรือภาวะฉุกเฉินนั่นเอง

ฝันว่าไปเรียนหรือไปทำงานสาย

การฝันว่าไปเรียนหรือไปทำงานสายบ่งบอกว่าเรากังวลกับสิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคต อาจจะเป็นสิ่งใหม่ ๆ ที่เราเริ่มทำ เช่น พรุ่งนี้ต้องไปสัมภาษณ์งานวันแรก คืนนี้เราเลยฝันว่าตัวเองไปสาย ในทางเดียวกันมันยังบ่งบอกถึงความไม่มั่นใจในตัวเองอีกด้วย ดังนั้น การฝันว่าไปสายจึงเกิดจากความวิตกกังวลของเรานั่นเอง เหมือนกับเราย้ำเตือนตัวเองก่อนนอนว่าพรุ่งนี้ฉันต้องไปให้ทัน กลับกลายเป็นฝันว่าตื่นสายซะอย่างนั้น ซึ่งทำให้เราเครียดมาก แต่เมื่อตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองไม่ได้ไปสายจริง ๆ ก็ทำให้เราโล่งอก การฝันแบบนี้จึงเป็นการระบายอารมณ์และความรู้สึกที่คั่งค้างในจิตใจของเราที่สมองสั่งให้ลดมันลงด้วยการฝันเท่านั้นเอง

ฝันว่าควบคุมรถไม่ได้

การฝันว่าตัวเองควบคุมรถไม่ได้หรือเบรกไม่อยู่ เป็นฝันร้ายที่บ่งบอกว่าเรากังวลเกี่ยวกับชีวิตที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ ซึ่งเราเองก็ไม่สามารถควบคุมได้เช่นกัน รวมไปถึงการกลัวว่าชีวิตจะไปไม่ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้อีกด้วย ซึ่งความกลัวและความกังวลนี้ ทำให้สมองของเราระบายมันออกมาเป็นการขับรถที่เราเบรกเท่าไหร่รถก็ไม่หยุดนั่นเอง

ฝันว่าตัวเองเดินแก้ผ้า

การฝันแบบนี้หมายความว่าเรากำลังกลัวว่าความลับตัวเองจะเปิดเผย ซึ่งทุกคนก็มีด้านที่ไม่อยากให้ใครรู้ หรืออีกอย่างหนึ่งคือกลัวว่าจะถูกใส่ร้าย ไม่อยากให้ใครเข้าใจผิดและมองเราไม่ดี ดังนั้น การฝันว่าตัวเองเดินแก้ผ้าหรือโป๊ต่อหน้าผู้คนจึงทำให้เราเครียดมากในความฝัน ทั้งอับอายขายหน้า แต่เมื่อตื่นขึ้นมาแล้วไม่ใช่ความจริง เราก็จะค่อย ๆ หายเครียดไปเอง

คงเข้าใจกันแล้วสินะว่าที่เราฝันร้ายเหมือน ๆ กันมันเป็นเพราะระบบร่างกายของเราตอบสนองต่อสิ่งที่เราคิดและพบเห็นจนเกิดเป็นความฝัน โดยเฉพาะเรื่องที่เราคิดแต่ไม่ได้ถูกระบายออกมา ซึ่งไม่ใช่ลางร้ายแต่อย่างใด แต่ก็ไม่ต้องกังวลว่าฝันร้ายแบบนี้บ่อยจะเป็นอันตรายไหม เพราะปัจจัยอาจจะไม่ใช่ความเครียดหรือความวิตกกังวลอย่างเดียว อาจจะมาจากการกินอาหารหนัก ๆ ด้วย

ถ้าอยากให้ตัวเองฝันดี ไม่ต้องเหนื่อยกับการฝันร้ายแบบนี้อีก ลองปล่อยให้จิตใจของเราผ่อนคลายด้วยการทำสมาธิ หรืออาจจะดูหนัง ฟังเพลง ก็สามารถช่วยได้ ที่สำคัญต้องกินอาหารที่มีประโยชน์และตรงเวลาด้วยนะ