10 solfskill

10 Soft Skills
ทักษะที่ทุกคนควรมีในอนาคต (ฉบับล่าสุดปี 2021)

ลำพังทักษะ Hard Skills คงเฉพาะเจาะจงเกินไป และไม่ใช่ทุกคนที่จะมีได้ แม้ว่าจะเป็นที่ต้องการมาก ๆ เช่น Blockchain, UX design หรือ Business analysis

แต่ทักษะด้าน Soft skill ถือว่าควรมีทุกคน เพราะมันเป็นสกิลที่ AI ยังแทนที่ได้ยากและมนุษย์ทุกคนฝึกได้ ไม่เหมือนทักษะด้าน Hard skill บางอย่างในอนาคตสามารถใช้ AI ทำแทนได้ แถม Soft skill นี้ยังจำเป็นต้องใช้ไปตลอดชีวิต ไม่ใช่แค่เรื่องงานอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องความสัมพันธ์กับคนรอบตัวด้วย ไปดูกันว่ามีอะไรบ้าง

10 solf skills ทักษะที่ควรมีในอนาคต

1. Creativity : ความคิดสร้างสรรค์

หลายคนมองว่าความคิดสร้างสรรค์เป็น Soft skill ที่ต้องมีอยู่ในเฉพาะคนวงการศิลปะเท่านั้น จริง ๆ แล้วไม่ใช่! แต่เป็นทักษะที่ทุกอาชีพควรมีต่างหาก

เราเชื่อว่าหลายคนยังมองไม่ออกว่าความคิดสร้างสรรค์ในอาชีพสายวิทย์ฯ อย่างหมอ วิศวะ มันต้องเป็นยังไง ตามความหมายของความคิดสร้างสรรค์พูดง่าย ๆ ก็คือ “การประดิษฐ์หรือคิดค้นสิ่งใหม่เพื่อแก้ปัญหา” เช่น คนเป็นอาจารย์แพทย์จะออกแบบสื่อการสอนอย่างไรให้นักศึกษาแพทย์ทุกคนเข้าใจ ถ้าเป็นวิศวกรจะออกแบบสะพานยังไงให้รถบรรทุกของหนัก ๆ ไม่ไหลลง เป็นต้น  

2. Adaptability : การปรับตัว

นี่อาจเป็น Soft skill ง่าย ๆ แค่ปรับตัวให้เข้ากับคนอื่นมันจะไปยากอะไร แต่จริง ๆ แล้วมันไม่ใช่แค่นั้น เพราะการปรับตัวในที่นี้หมายรวมถึงการปรับตัวให้เท่าทันโลก ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าโลกเราตอนนี้ไปไกลมาก เกือบทุกอย่างกลายเป็น Internet of Things (IOT) ต้องยอมรับว่าไทยยังช้ากว่าชาวบ้าน แน่นอนว่าอาจมีข้อจำกัดบางอย่าง

อย่างล่าสุด T – Money ของเกาหลีใต้ได้ออกสติ๊กเกอร์ติดมือถือเพื่อให้คนเกาหลีชำระเงินได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องพกบัตร ทำให้ลดค่าขนส่งธนบัตรเข้าตู้ ATM ได้เป็นจำนวนมาก ถือว่าเป็นประเทศที่ใช้ e wallet ได้มีประสิทธิภาพเลยล่ะ

3. Persuasion : การจูงใจคน

“คำพูดเปลี่ยนใจคน” อันนี้คือเรื่องจริง ต้องยอมรับว่าเป็น Soft skill ที่ต้องฝึกฝนอยู่นานพอสมควร เราคงเคยได้ยินเทคนิคที่เรียกว่า “Elevator Pitch” แปลตรงตัวก็คือการเปิดการขายในลิฟต์

ลองจินตนาการว่าเราต้องขายสินค้าตอนอยู่ในลิฟต์ ซึ่งเวลาไม่กี่นาทีนั้นเราจะพูดยังไงให้ Prospect รู้สึกสนใจ เอะใจ แล้วอยากฟังต่อ เราแค่อยากจะบอกว่าทุกคนควรฝึกทักษะนี้ไว้ให้ได้ เพราะธรรมชาติของคนมักไม่ค่อยอยากฟังอะไรนาน ๆ โดยเฉพาะเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายจะมาขายของ

4. Collaboration : การทำงานร่วมกับผู้อื่น

ไม่ว่าเราจะสนิทกันขนาดไหน แต่พอทำงานด้วยกันต้องมีบางครั้งที่ขัดแย้ง เถียงกัน หรือไม่ลงรอยกันบ้างล่ะ บางคนเปลี่ยนเป็นไม่ชอบขี้หน้ากันเลยก็มี เพราะฉะนั้น Soft skill นี้สำคัญตราบใดที่เรายังต้องทำงานร่วมกับผู้อื่นอยู่ ลองเปิดรับมุมมอง ไอเดีย ยอมรับวิธีการทำงานของผู้อื่น แม้ว่าจะไม่ค่อยถูกใจ แต่ก็ควรจะเคารพสิทธิส่วนบุคคลและความแตกต่าง ผลลัพธ์ที่ออกมาอาจจะดีกว่าก็ได้

5. Emotional Intelligence : ความฉลาดทางอารมณ์

ต่อให้เก่งแค่ไหน แต่ถ้าตกม้าตายเรื่องอารมณ์ก็ไม่มีใครชื่นชอบหรือยอมรับคุณได้อย่างสนิทใจ เพราะมันกลายเป็นข้อเสียไปแล้ว คุณคงไม่อยากได้ยินคำว่า “ยอมรับนะว่าเขาเก่งมาก แต่ติดเรื่องเดียวคืออารมณ์” ใครเป็นแบบนี้อยู่จงรีบแก้ซะ เพราะ Soft skill นี้ต้องใช้ไปจนวันตาย ไม่ใช่แค่ลูกค้าและลูกน้องในที่ทำงานอย่างเดียว แต่เป็นคนใกล้ตัวหรือคนในครอบครัวของคุณเองด้วย

6. Time Management : การจัดการเวลา

เรามีเวลาวันละ 24 ชั่วโมงเท่ากัน บางคนทำอะไรหลายอย่าง บางคนทำได้อย่างเดียว และบางคนอาจทำไม่เสร็จ ตรงนี้เราไม่ว่ากันเพราะอาจจะด้วยเนื้องานที่ยาก แต่ถ้าดูแล้วว่าไม่ใช่เพราะเนื้องาน อาจจะต้องจัดลำดับความสำคัญใหม่ โดยที่ทำ “งานที่สำคัญ เร่งด่วน” ก่อน ถ้าเวลาเหลือค่อยไปทำ “งานสำคัญ ไม่เร่งด่วน” เมื่อไหร่ที่เคลียร์อันนี้เสร็จ “งานสำคัญ เร่งด่วน” ก็จะลดลง แต่ต้องบอกไว้ก่อนว่า Soft skill นี้ต้องใช้เวลาฝึก และไม่ใช่แค่เราที่ต้องเร่งสปีดการทำงานให้ไวขึ้น แต่ต้องดูปริมาณงานด้วยว่าเหมาะสมหรือเปล่า

7. Analytical and Critical Thinking : การวิเคราะห์และคิดอย่างมีวิจารณญาณ

ต้องบอกเลยว่านี่คือ Soft skill ที่คนไทยขาดกันเยอะมาก ๆ แต่เราไม่โทษว่าคุณผิด เพราะสังคมไทยยังสอนเรื่องนี้น้อย และการตั้งคำถามในห้องเรียนยังถูกมองว่าเสียมารยาท จึงไม่แปลกเมื่อเกิดเรื่องดราม่าในสังคม เกือบทุกคนก็พร้อมปักใจเชื่อโดยขาดเหตุผลหรือหลักฐานมาประกอบ ทักษะนี้จำเป็นต้องใช้ตลอดชีวิตนะ ฝึกตั้งคำถามต่อสิ่งที่สงสัยบ่อย ๆ และหาคำตอบโดยมีหลักฐานมายืนยัน

Critical Thinking หรือ การคิดเชิงวิพากย์ คือ ‘การคิดอย่างมีวิจารญาณต่อคำกล่าวอ้างหรือข้อมูลใด ๆ โดยตัดสินจากหลักฐาน เหตุผลที่ถูกต้อง ไม่มีอารมณ์และทิฐิมาประกอบการตัดสินใจ’

8. Communication : การสื่อสาร

Soft skill พื้นฐานที่ควรมีอย่างยิ่ง! เพราะหากไม่พูดหรือสื่อสารกัน รับรองได้เลยว่างานไม่เกิด ขนาดพูดกันแล้ว งานยังออกมาไม่ดีเลยใช่ไหมล่ะครับ แต่พูดอย่างเดียวมันยังไม่พอ ต้องมีศิลปะในการพูดด้วย ถ้ามีคนบอก “มีอะไรให้บอกกันตรง ๆ นะ ไม่ต้องอ้อมค้อม” อย่าพูดตรง เพราะลึก ๆ เขาเสียใจ มันไม่มีใครที่ชอบคำพูดที่ทำให้ตัวเองเจ็บหรอก อย่างนี้ไงเราถึงต้องเรียนรู้การใช้คำพูดให้ไม่ทำร้ายจิตใจผู้อื่น

9. Complex Problem Solving : การแก้ปัญหาที่ซับซ้อน

สิ่งที่แน่นอนที่สุดคือ “ความไม่แน่นอน” เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ และเมื่อเจอปัญหาหลายอย่างรวมกัน สิ่งที่ต้องทำคือกลับไปหาต้นตอของปัญหา รวบรวมข้อมูล จัดลำดับความคิด และหาแนวทางแก้ไข พยายามมีสติ อย่าล่ก! แต่กว่าจะได้ Soft skill นี้มาก็ต้องเจอปัญหาเยอะอยู่เหมือนกัน ต้องเรียนรู้จากประสบการณ์เลยล่ะ

10. Decision Making : การตัดสินใจ

แต่ก่อนอำนาจการตัดสินใจมักอยู่ที่ผู้บริหาร แต่ยุคที่ทุกอย่างต้องการความรวดเร็ว กลับกลายเป็นว่าเราต้องตัดสินใจเอง เพราะกว่าจะส่งเรื่องจะไปถึงผู้บริหารคงใช้เวลาอีกนาน ออกโรงเองบ้าง อย่าเพิ่งไปคิดว่าผลลัพธ์ที่ออกมาจะแย่ บางทีอาจดีกว่าที่คิด  

สุดท้ายไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนไปขนาดไหน แต่ Soft skills เหล่านี้ยังคงต้องใช้อยู่ดี อย่าลืมไปฝึกกันนะ บางอย่างดีอยู่แล้วก็พัฒนาให้ดีขึ้นไปอีก อันไหนยังขาดก็ค่อย ๆ ฝึก ของบางอย่างต้องใช้เวลา

SHARE

RELATED POSTS

รถยนต์ไฟฟ้า เทรนด์เทคโนโลยีใหม่ที่กำลังมาเยือนในอนาคต โลกกำลังเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ รถยนต์ไฟฟ้าถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดและมาเป็นอันดับต้น…