วิธีดูแลบ้าน

10 วิธีดูแลบ้านให้น่าอยู่ และคงทนไปอีกนาน

  • บ้าน หัวใจสำคัญของที่อยู่อาศัยสำหรับสมาชิกในครอบครัว ควรดูแลรักษาให้ดูดี สวยงามอยู่เสมอ เพื่อยืดเวลาการใช้งานไปได้อีกหลายปี
  • การทำความสะอาดบ้าน ต้องเริ่มจากชั้นบนสุดของบ้านเป็นอันดับแรก เพื่อป้องกันไม่ให้ฝุ่นปลิวลงมาเลอะเทอะด้านล่าง
  • หมั่นเช็กระบบไฟฟ้า หากพบว่าชำรุด ควรเปลี่ยนอันใหม่ให้พร้อมใช้งาน เพื่อป้องกันการเกิดไฟฟ้าลัดวงจร
  • ตรวจสอบสภาพของบ้านโดยรวม หากมีอะไรที่เสียหายหรือทรุดโทรม ควรรีบทำการบำรุง รักษา เพื่อให้บ้านกลับมาสวย ดูดี และมีคุณภาพอีกครั้ง

บ้าน  นอกจากจะเป็นที่อยู่อาศัย และเป็นพื้นที่สำหรับการพักผ่อนยามเหนื่อยล้าแล้ว ยังเป็นสถานที่ที่ทุกคนในบ้านอยู่แล้วสบายใจที่สุด หากบ้านเกิดการชำรุด เสื่อมโทรมลง ต้องทำการบำรุงรักษาให้กลับมาน่าอยู่อีกครั้ง เพราะบ้านเป็นหัวใจสำคัญของการพักผ่อนที่มีคุณภาพ ถ้าเราดูแลรักษาบ้านให้แข็งแรงอยู่เสมอ บ้านก็จะสวย ดูดี คงทนนาน สามารถยืดเวลาการพักอาศัยไปได้อีกหลายปีเลยทีเดียว

1. หมั่นทำความสะอาดบ้าน

เมื่อมีวันว่างๆ มาทำความสะอาดบ้านกันเถอะ เริ่มจากชั้นบนสุดของบ้าน แล้วค่อยๆ ไล่ลงมา เพราะถ้าเริ่มทำจากชั้นล่างก่อน พวกฝุ่นผงต่างๆ อาจจะปลิว ลงมาเลอะได้ ฉะนั้น เริ่มต้นจากชั้นบนจะเวิร์คกว่า เช่น ฝ้าเพดาน หรือกำแพง รวมถึงการเปลี่ยนที่นอน นำไปซัก หรือตากแดด เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งสะสมแบคทีเรีย ป้องกันฝุ่น และเชื้อโรค เพื่อสุขภาพที่ดีของคนในบ้าน

2. อย่าละเลยการทำความสะอาดห้องครัว

ห้องครัว ใช้สำหรับการประกอบอาหาร ทำให้มีทั้งเศษอาหาร และกลิ่นสะสม หากไม่ดูแล คอยทำความสะอาด อาจทำให้สัตว์อย่าง หนู มด แมลงสาบ มาเยือนบ้านคุณได้ง่ายๆ ควรเริ่มทำความสะอาดจาก เตาแก๊ส เช็ดคราบน้ำมัน และซอสต่างๆ ที่ติดฝังอยู่ จากนั้น ทำความสะอาดตู้เย็นในแต่ละชั้นให้เรียบร้อย แล้วเลือกอาหารที่เน่าเสีย หรือหมดอายุออกมาทิ้งซะ

3. สำรวจงานระบบประปา

งานระบบประปาที่พบส่วนใหญ่มักเป็นเรื่องระบบข้อต่อ ที่ทำให้รั่ว ซึม และหลุด การประกอบเข้าด้วยกันจำเป็นต้องใช้เครื่องมือต่อเฉพาะ ควรตรวจสอบให้ดี หากพบว่ามีโอกาสเกิดปัญหา ต้องรีบแจ้งช่างซ่อมทันที

4. ดูแลสวนและต้นไม้ให้ร่มรื่น

ควรดูแลจัดสวนให้เป็นระเบียบ ตัดกิ่งไม้ที่ยื่นออกมา เพราะถ้าปล่อยทิ้งไว้จะเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์มีพิษได้ และที่สำคัญอย่าลืมรดน้ำต้นไม้ ดูแลตามความเหมาะสมของสายพันธุ์ อย่าปล่อยให้ต้นไม้แห้งเหี่ยวจนต้องตายไปล่ะ

5. เช็กสภาพระบบไฟฟ้า

ควรสังเกตและหมั่นเช็กสภาพของสายไฟ ปลั๊กไฟ รวมถึงหลอดไฟ ภายในบ้าน หากพบว่าชำรุดหรือเสียหาย ควรเปลี่ยนอันใหม่ให้มีสภาพพร้อมใช้งาน เพื่อความปลอดภัยของทุกคนในบ้าน เพราะอาจทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจร ไฟช็อต หรือเกิดเพลิงไหม้ได้

6. ตรวจการรั่วซึมของหลังคาบ้าน

การรั่วซึมของหลังคาบ้าน เป็นปัญหาที่ไม่ค่อยน่ามองสักเท่าไหร่ เพราะเมื่อหลังคามีรอยรั่วซึมขึ้นมาล่ะก็จะเกิดเป็นคราบเลอะ มีตะไคร่น้ำตามเพดานฝ้า และยังส่งผลให้ข้าวของในบ้านเปียกตามไปด้วย ต้องรีบปูกระเบื้องมุงหลังคาที่มีรอยรั่วซึม และเปลี่ยนฝ้าใหม่

7. พื้นกระเบื้อง อย่าปล่อยให้มีน้ำขัง

บริเวณที่มีพื้นกระเบื้อง หากปล่อยให้มีน้ำขัง จะมีตะไคร่มาจับได้ ทำให้เกิดอุบัติเหตุลื่นล้ม เอาได้ง่ายๆ ควรขัดทำความสะอาด และเช็ดให้แห้งอยู่เสมอ

8. ทำความสะอาดหลอดไฟ โคมไฟ

พวกหลอดไฟ โคมไฟ ก็เปรียบเสมือนเฟอร์นิเจอร์ชนิดหนึ่งในบ้าน ฝุ่นสามารถเกาะได้ ควรเช็ดทำความสะอาด โดยการปิดไฟ แล้วไขหลอดไฟออกมาทำความสะอาด ระวังอย่าให้หลอดไฟเปียก เพราะอาจทำให้ไฟช็อตได้

9. ตรวจสอบปลวก

ป้องกันปลวกมาเยือนบ้าน ด้วยการตรวจสอบปลวกทุก 4 เดือน หากปลวกขึ้นบ้านเมื่อไหร่ล่ะก็เมื่อนั้นบ้านได้รับความเสียหายแน่นอน โดยเฉพาะเสาบ้าน คาน ที่เป็นหลักความแข็งแรงของบ้าน ต้องรีบแจ้งบริษัทรับกำจัดปลวก ให้มาฉีดยาป้องกัน และให้รับประกันปลวกขึ้นบ้านด้วยล่ะ

10. เช็กสภาพโดยรวมของบ้าน

ตรวจสภาพของบ้านว่ามีอะไรเสียหาย หรือทรุดโทรมบ้าง อย่างเช่น ผนังมีรอยร้าว ท่อน้ำอุดตัน หรือพื้นคอนกรีตแตก หรือไม่ หากพบว่ามีปัญหาเหล่านี้ ควรทำการซ่อมแซมให้บ้านกลับมาแข็งแรงอีกครั้ง เพราะหากยิ่งปล่อยไว้ ก็จะยิ่งทำให้การซ่อมนั้นยากขึ้น และยังทำให้บ้านเสื่อมโทรมลงไปอีกต่างหาก

แล้วอย่าลืมหมั่นเช็กสภาพบ้านที่เรารักกันล่ะ หากหัวใจสำคัญของที่อยู่อาศัย อย่างบ้าน จะดูดี น่าอยู่แล้ว ยังส่งผลให้สมาชิกในบ้านมีความสุข พักผ่อนได้อย่างสบายใจ แล้วบ้านหลังนี้ก็จะอยู่กับครอบครัวของคุณไปได้อีกนาน อย่างคงทนและมีคุณภาพที่ดีอีกด้วย