ตำนานปอมเปอี

ปอมเปอี: เมืองศิวิไลซ์ที่จมหาย
สู่สถานที่ท่องเที่ยวอันโด่งดัง

  • ปอมเปอี: ดินแดนอันศิวิไลซ์ในอิตาลี ที่ถูกฝังไว้ใต้เถ้าถ่านและหินลาวาจากภูเขาไฟวิสุเวียส ในเหตุการณ์ภูเขาไฟระเบิดครั้งใหญ่ ปี ค.ศ. 79 ทำให้เมืองจมหายไปในพริบตา

  • มีการขุดพบร่างไร้วิญญาณของชาวปอมเปอี ที่ทำให้เราเห็นอิริยาบถในช่วงสุดท้ายของชีวิต ว่าในวินาทีนั้นผู้คนคิดอะไรอยู่ หวาดกลัวกันแค่ไหน บ้างก็นั่งคุกเข่าสวดมนต์ บ้างก็เอามือปิดปากปิดจมูก บางคนกอดกันตาย นอกจากนี้ ยังพบสิ่งของมีค่าอยู่ข้างกาย และโซ่ตรวนที่ผูกรัดข้อมือ ที่บ่งบอกถึงการเป็นทาส

  • เมืองปอมเปอีได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกโลก มีผู้คนมาเยี่ยมเยียนอย่างไม่ขาดสายกว่า 2 ล้านคนต่อปี และนักท่องเที่ยวยังสามารถเดินชมความงามของเมืองไปตามถนนที่ชาวปอมเปอีเคยใช้สัญจรไปมาได้อีกด้วย

เมืองปอมเปอี เมืองที่เคยจมหาย

‘ปอมเปอี’ (Pompeii) อดีตเมืองอาณาจักรโรมันในประเทศอิตาลี (Italy) ที่ถูกฝังไว้ใต้เถ้าถ่านและหินลาวาจากภูเขาไฟวิสุเวียส ในเหตุการณ์ภูเขาไฟระเบิดครั้งใหญ่ ปี ค.ศ. 79 ทำให้เมืองจมหายไปในพริบตา

ว่ากันว่า…ในยุคนั้นปอมเปอีเป็นดินแดนที่ศิวิไลซ์ มีทำเลที่เอื้อเฟื้อต่อการทำการค้าและการเกษตร เพราะได้แร่ธาตุอันอุดมสมบูรณ์จากภูเขาไฟ ชาวโรมันที่มีฐานะทางการเงินก็มักจะมาสร้างบ้านพักอากาศไว้ที่นี่ เอาไว้พักผ่อนหย่อนใจในช่วงหน้าร้อน

ปอมเปอี: เมืองแห่งความรื่นเริง รุ่งโรจน์

ปอมเปอี: เมืองแห่งความรื่นเริง รุ่งโรจน์

ชาวปอมเปอีชื่นชอบสิ่งที่สร้างความบันเทิงใจ พวกเขาสร้างอัฒจันทร์ขนาดใหญ่ที่จุคนได้ถึง 20,000 คน รวมถึงโรงละครอีกหลายแห่งเอาไว้ใช้ในพิธีฉลองเทศกาลต่าง ๆ  สิ่งเหล่านี้ทำให้เราเห็นว่าในยุคนั้นปอมเปอีเคยเป็นเมืองหนึ่งที่มีความรุ่งโรจน์ วิถีชีวิตของผู้คนก็เต็มไปด้วยความมั่งคั่ง

นอกจากนี้ ปอมเปอียังเป็นเมืองที่มีการตกแต่งอย่างละเอียดลออด้วยกระเบื้องโมเสกและภาพเฟรสโก มีสถาปัตยกรรมอันงดงามที่แตกต่างจากเมืองอื่น ด้านหนึ่งของเมืองมีฟอรั่ม (Forum) ที่เอาไว้เพื่อใช้ในการจัดงานรื่นเริงและเป็นที่พบปะสังสรรค์ของชาวเมือง

และยังมีวิหารของเทพเจ้าที่สร้างขึ้นอีกหลายจุด เช่น เทพเจ้าวีนัส (Venus) จูปิเตอร์ (Jupiter) และอพอลโล (Apollo) ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีท่อส่งน้ำเข้ามายังใจกลางเมืองไว้ใช้สำหรับเป็นที่อาบน้ำสาธารณะและน้ำพุอีกด้วย แต่สุดท้าย..เมืองที่ศิวิไลซ์อย่างปอมเปอีก็ไม่อาจหนีความโหดร้ายของภัยธรรมชาติได้

‘ปอมเปอี’ ที่หายสาบสูญ โผล่ขึ้นมาอีกครั้ง

หลังจากที่ปอมเปอีหลับใหลอยู่ใต้เถ้าถ่านมานานนับพันปี จนเมื่อ ค.ศ. 1534 มีการขุดค้นพบซากเมืองปอมเปอีเป็นครั้งแรก แต่ก็ไม่ได้รับความสนใจมากนัก ต่อมาปี ค.ศ. 1599 มีการขุดเจอกำแพงที่เต็มไปด้วยภาพวาดและจารึกโดยคนกลุ่มหนึ่งระหว่างขุดอุโมงค์ใต้ดิน แต่แล้วการสำรวจก็หยุดชะงักไป

จนในปี ค.ศ. 1748 ตระกูลบูร์บง ผู้ปกครองรัฐเนเปิลส์ในอิตาลีช่วงปี 1734–1861 เกิดมีความสนใจที่จะค้นหาเมืองปอมเปอีใหม่ พวกเขาจ้างคนงานไปขุดหาเมือง โดยขุดเป็นอุโมงค์เข้าไป จนพบเมืองปอมเปอีในที่สุด แถมยังเจอสิ่งของมีค่ามากมาย ซึ่งตระกูลบูร์บงสั่งให้คนงานนำออกมาแล้วเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ส่วนตัวของตระกูล

จนกระทั่งปี ค.ศ. 1861 รัฐต่าง ๆ ในอิตาลีได้รวมตัวกันเป็นประเทศเดียว ทำให้ตระกูลบูร์บงล่มสลายลง ชาวอิตาลีก็เริ่มให้ความสนใจในการค้นพบเมืองปอมเปอีมากขึ้น แต่การขุดซากเมืองและการบูรณะก็ยังทำมาเรื่อย ๆ ตั้งแต่ปี 1748–1860 ซึ่งวิธีการขุดก็มีการเปลี่ยนแปลงไปตามหลักวิชาการและเทคโนโลยีใหม่ตามยุคสมัย

ค้นพบร่างไร้วิญญาณของชาวปอมเปอี

ค้นพบร่างไร้วิญญาณของชาวปอมเปอี

ในปี ค.ศ. 1863 หัวหน้านักโบราณคดี กูวเซปเป้ ฟิโอเรลลี่ (Giuseppe Fiorelli) ได้ค้นพบชิ้นส่วนร่างไร้วิญญาณของชาวเมืองปอมเปอี ซึ่งชิ้นส่วนเหล่านั้นเหลือแต่เพียงกระดูกและโพรงอากาศที่อยู่ใต้ขี้เถ้าภูเขาไฟ แต่เขารู้ว่าถ้าขุดโดยวิธีปกติ ชิ้นส่วนหลักฐานเหล่านี้ต้องเสียหายแน่ ๆ เพื่อรักษาความสมบูรณ์ของชิ้นส่วนให้มากที่สุด จึงเจาะรูเล็ก ๆ แล้วกรอกปูนปลาสเตอร์ลงไป รอจนแห้งแล้วค่อยขุดขึ้นมา

สิ่งที่ได้เห็นคืออิริยาบถในช่วงสุดท้ายของชีวิตของชาวเมืองปอมเปอี ทำให้เราได้รู้ว่าในวินาทีนั้นผู้คนคิดอะไรอยู่ หวาดกลัวกันแค่ไหน บ้างก็นั่งคุกเข่าสวดมนต์อ้อนวอนเทพเจ้า บ้างก็เอามือปิดปากปิดจมูก บางคนกอดกันจนวินาทีสุดท้ายก่อนจะสิ้นลมหายใจ

นอกจากนี้ ยังพบสมบัติที่อยู่ข้างกายซึ่งบ่งบอกถึงฐานะของแต่ละคนอีกด้วย เช่น สร้อยทองคำที่มักจะมีในตระกูลที่มั่งคั่ง สูงส่ง ส่วนคนที่เป็นทาสจะเห็นได้จากโซ่ที่ล่ามข้อมือไว้นั่นเอง

ปอมเปอี: เมืองที่เคยจมหาย สู่สถานที่ท่องเที่ยวอันโด่งดัง

ปอมเปอี: เมืองที่เคยจมหาย สู่สถานที่ท่องเที่ยวอันโด่งดัง

ในปี ค.ศ. 1924 – 1961 ได้เปลี่ยนหัวหน้านักโบราณคดีเป็น “อเมดีโอ มายอูรี” เขาได้บูรณะซ่อมแซมฝาผนังและเพดาน รวมถึงข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ที่ค้นพบ ซึ่งจะนำไปจัดวางไว้ที่เดิมเมื่อศึกษาเสร็จ

การขุดค้นมีมาอย่างต่อเนื่อง มีการเอาซากปรักหักพังที่ทับถมเมืองออก เผยให้เห็นสภาพของเมืองปอมเปอีที่เกือบสมบูรณ์ และเปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวให้ผู้คนเข้ามาเยี่ยมชมความงามของอารยธรรมโรมันมากมาย ซึ่งแอบแฝงไปด้วยความหดหู่ที่มากับร่องรอยความผุพังบางส่วนตามที่ต่าง ๆ

“ปอมเปอี” กลายเป็นมรดกโลก มีนักท่องเที่ยวมาเยือนกว่า 2 ล้านคนต่อปี

“ปอมเปอี” กลายเป็นมรดกโลก มีนักท่องเที่ยวมาเยือนกว่า 2 ล้านคนต่อปี

สถาปัตยกรรมอันงดงามของเมืองปอมเปอีทำให้ที่นี่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 1997 ปัจจุบันกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของประเทศอิตาลีที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากกว่า 2 ล้านคนต่อปีเลยทีเดียว และนักท่องเที่ยวยังสามารถเดินชมความงามของเมืองไปตามถนนที่ชาวปอมเปอีเคยใช้สัญจรไปมาได้อีกด้วย ซึ่งจะได้เห็นคฤหาสน์ที่ชาวปอมเปอีเคยอาศัยอยู่ เช่น ฟอนต์เฮาส์ที่โด่งดังในอดีต วิหารของจอมเทพจูปิเตอร์ และฟอรั่ม เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีข้าวของเครื่องใช้ในยุค 2,000 ปีก่อน ที่คนยุคนี้ต้องไม่เคยเห็นแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นเหยือกน้ำ ถังเก็บไวน์ ถ้วยชามเซรามิก โมเสกสีสันสวยงาม เหรียญบรอนซ์โบราณ และผนังที่เต็มไปด้วยภาพวาดวิถีชีวิตของชาวเมืองที่วาดขึ้นอย่างปราณีต ซึ่งของบางส่วนได้ถูกส่งไปยังพิพิธภัณฑ์โบราณคดีแห่งชาติที่เมืองเนเปิลส์

การเดินเฉย ๆ อาจจะดูน่าเบื่อ แต่สำหรับเมืองปอมเปอีคุณจะไม่รู้สึกเบื่อเลย เพราะมีสถาปัตยกรรมที่น่าหลงใหลอยู่ทุกที่ ทั้งร่องรอยอารยธรรม ภาพวาดที่อยู่บนกำแพงและทางเดิน การตกแต่งบ้านเรือนตามแบบฉบับของชาวโรมันในยุคเก่าที่ไม่เคยเห็นมาก่อน รวมถึงการได้ไปสัมผัสกับความโหดร้ายของภูเขาไฟที่ทำให้เมืองปอมเปอีพังทลายไปพร้อม ๆ กัน

การเดินทางไปปอมเปอี

การเดินทางไปปอมเปอี

ศูนย์กลางการเดินทางไปปอมเปอีจะอยู่ที่ Naples Centrale สามารถนั่งรถไฟใต้ดินได้ 2 ทางคือ

1. จาก Naples Centrale ไป Salerno ซึ่งจะผ่าน Pompeii

2. ขึ้นรถไฟสายที่ชื่อว่า Circumvesuviana (เซอร์คุมเวสุวีเอน่า) จะเป็นรถไฟที่ต่อจาก Naples ไปยัง Sorrento ซึ่งจะผ่าน Pompeii

วิธีนี้เป็นการเดินทางไปปอมเปอีที่ง่ายที่สุดสำหรับคนไม่ได้เดินทางด้วยรถยนต์และรถทัวร์ ใช้เวลานั่งไปถึงปอมเปอีราว ๆ 40 นาที แล้วก็ไม่มีการจองที่นั่ง เพราะงั้นต้องแย่งกันขึ้นหน่อย

อีกเรื่องที่อยากเตือน! คือต้องระวังโดนล้วงกระเป๋าด้วยนะ เพราะที่นี่ขึ้นชื่อมาก บางทีปล้นกันซึ่ง ๆ หน้าก็มี ฉะนั้น อย่าแต่งตัวล่อโจร! และเก็บของมีค่าให้มิดชิด

เที่ยวปอมเปอีช่วงไหนดี

เที่ยวปอมเปอีช่วงไหนดี

ปอมเปอีเที่ยวได้ตลอดทั้งปี แต่สำหรับคนไทยที่ไม่ชอบอากาศร้อน แนะนำให้ไปช่วง เมษายน – มิถุนายน และช่วงกันยายน – ต้นตุลาคม อากาศจะค่อนข้างเย็นนิดหน่อย  

  • ปอมเปอีเปิดให้บริการทุกวัน ยกเว้นวันที่ 25 ธันวาคม, 1 มกราคม และ 1 พฤษภาคมของทุกปี อาจมีวันที่เปิดบริการในเวลาที่ไม่เหมือนกันด้วย เช่น ช่วง 1 เมษายนจนถึง 31 ตุลาคม
  • เปิดให้บริการตั้งแต่ 8.30 –19.30 น. โดยช่วงสุดท้ายที่ให้เข้าคือ 18.00 น.
  • ช่วง 1 พฤศจิกายนถึง 31 มีนาคม จะเปิดให้บริการในเวลา 8.20 – 17.00 น. ช่วงเวลาสุดท้ายคือ 15.30 น. เท่านั้น
  • ป.ล. ช่วงนี้มีกระแส Covid-19 ข้อมูลก็อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงจากเดิม แต่ตอนนี้ยังไม่พบการอัปเดตใหม่ ๆ จากปอมเปอี

ค่าเข้าชมเมืองปอมเปอี

โต๊ะขายตั๋วสำหรับชมเมืองปอมเปอีอยู่บริเวณอุทยานเท่านั้น ตั๋วที่ขายภายนอกจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเมืองทั้งสิ้น

– ค่าตั๋วราคาเต็มอยู่ที่ 13 ยูโร สำหรับนักศึกษาหรือผู้ที่มีเงื่อนไขตรงตามส่วนลดจะอยู่ในราคา 7.50 ยูโร

*ค่าตั๋วอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นอยู่กับการจัดนิทรรศการพิเศษต่าง ๆ

*กลุ่มทัวร์โรงเรียนที่สนใจจะต้องทำการจองล่วงหน้าก่อน

ปอมเปอีนับว่าเป็นเมืองหนึ่งที่ห้ามพลาดสำหรับการไปเที่ยวอิตาลี แถมการเดินทางก็ไม่ยุ่งยากเท่าไหร่นัก เมื่อเทียบกับสิ่งที่ได้เห็นถือว่าคุ้มค่าเลยล่ะ แล้วคุณจะได้ค้นพบว่าอิตาลีตอนใต้ก็มีอะไรดี ๆ เยอะเหมือนกัน

SHARE

RELATED POSTS

7 สัตว์ใกล้สูญพันธุ์เมื่อโลกปฏิเสธการมีชีวิตอยู่ ถ้าใครเคยดูข่าวจะเห็นว่าสัตว์ที่ออกทีวีมักพ่วงท้ายมาด้วยวลี “เป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์”…