เอาตัวรอดจากวิกฤต Covid-19

ไขความลับธุรกิจ
เอาตัวรอดจากวิกฤต Covid-19 ได้อย่างไร

  • สถานการณ์ Covid-19 ทำให้หลายธุรกิจเริ่มได้รับผลกระทบ โดยธุรกิจที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดก็คือ อุตสาหกรรมท่องเที่ยว โรงแรม สถานบันเทิงและธุรกิจที่พึ่งยอดขายจากหน้าร้านเป็นหลัก
  • ส่วนธุรกิจที่น่าจะได้รับผลประโยชน์จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ ได้แก่ ธุรกิจด้านเวชภัณฑ์, Food Delivery, E-Commerce และร้านค้า Online ต่าง ๆ
  • การที่ธุรกิจจะเอาตัวรอดจากวิกฤต Covid-19ได้นั่นก็คือ “เน้นการตลาดด้านออนไลน์ให้มากขึ้น”
  • ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มช่องทางการขายสินค้าให้หลากหลาย การศึกษาเครื่องมือทำตลาดออนไลน์ อย่างเช่นการทำ Facebook Fan Page, SEO, Google Ads เป็นต้น
  • อย่างไรแล้ว เมื่อคนหันมาทำออนไลน์มากขึ้น การแข่งขันก็มากขึ้นตาม เพราะฉะนั้นต้องรีบปรับตัว หมั่นศึกษา/ อัปเดตข้อมูลใหม่ ๆ อย่างสม่ำเสมอ ที่สำคัญต้องไม่ฉกฉวย เอาเปรียบผู้อื่นในยามที่ทุกคนเดือดร้อน

สถานการณ์ Covid-19 ทำให้หลายธุรกิจเริ่มได้รับผลกระทบมากขึ้น เนื่องจากหลายประเทศเริ่มมีการปิด เพื่อป้องกันการแพร่ของเชื้อไวรัสโคโรนา ทำให้ธุรกิจชะลอตัวถึงขั้นหยุดชะงัก บางที่จำเป็นต้องเลย์ออฟพนักงาน งดจ่ายค่าจ้าง 1-2 เดือน หรือไม่ก็ขอจ่ายเงินเดือนน้อยลง เพราะขาดทุนกันระเนระนาดแบบที่ไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อน แถมยังเริ่มทยอยให้พนักงาน Work From Home อีกด้วย

และแน่นอนว่าธุรกิจที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดก็คือ อุตสาหกรรมท่องเที่ยว โรงแรม สถานบันเทิง และธุรกิจที่พึ่งยอดขายจากหน้าร้านเป็นหลัก ส่วนธุรกิจที่น่าจะได้รับผลประโยชน์จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ และมียอดขายโตขึ้น คงจะเป็นธุรกิจด้านเวชภัณฑ์, Food Delivery, E-Commerce และร้านค้า Online ต่าง ๆ นอกเหนือจากนี้ธุรกิจวงการ Video Streaming อย่าง Netflix ก็มียอดโตขึ้นถึง 5.3% จากเหตุการณ์ Covid-19 อีกด้วย

จากการสำรวจยังพบว่า ผู้บริโภคในกรุงเทพฯ จับจ่ายใช้สอยที่หน้าร้านค้าลดลง แต่เลือกที่จะชอปออนไลน์มากขึ้นถึง 43% และในต่างจังหวัดชอปเพิ่มขึ้น 73% จากตัวเลขนี้ แน่นอนว่าสิ่งที่จะทำให้เราอยู่รอดจากวิกฤตการณ์ Covid-19 ได้นั่นก็คือ “เน้นทำการตลาดออนไลน์ให้มากขึ้น”

ธุรกิจต้องเน้นทำการตลาดออนไลน์ด้วยวิธีไหน ?

เอาตัวรอดจากวิกฤต Covid-19 ด้วยการเพิ่มช่องทางขายสินค้า

1. เพิ่มช่องทางการขายสินค้า

ถ้าอยากให้ธุรกิจไปรอดช่วง Covid-19 สิ่งที่หลายแบรนด์ควรทำคือการเพิ่มช่องทางการขายสินค้า จากเดิมที่อาจมีแค่ Facebook ช่องทางเดียว เราอาจจะเพิ่ม LINE, Instagram, Twitter หรือสร้าง Website ขึ้นมา เพื่อให้ทั่วถึงมากยิ่งขึ้น

สิ่งที่น่าเป็นห่วง คือธุรกิจที่พึ่งยอดขายจากหน้าร้านเป็นหลัก ไม่มีการใช้ช่องทางออนไลน์เข้ามาช่วย อาจจะต้องเร่งตัวเองให้เข้าไปอยู่ในออนไลน์ โดยเฉพาะธุรกิจร้านอาหาร ที่อาจจะต้องเพิ่มการบริการ Food Delivery ซึ่งข้อดีคือลูกค้าจะมีตัวเลือกเมนูอาหารจากร้านค้าได้หลากหลาย และกระจายร้านกันออกไป เพื่อไม่ให้ลูกค้าต้องรออาหารนานอยู่แค่ร้าน ๆ เดียว

ตอนนี้มีหลายแพลตฟอร์มให้เลือก ไม่ว่าจะเป็น Grab Food, Line Man, Foodpanda, GET Food และอื่น ๆ ซึ่งแต่ละอย่างก็มีโปรโมชันที่น่าสนใจแตกต่างกันออกไป ลองเลือกดูว่าอันไหนเหมาะกับเรา

เอาตัวรอดจากวิกฤต Covid-19 ต้องรู้ว่าลูกค้ามาจากช่องทางไหน

2. รู้ว่าลูกค้ามาจากช่องทางไหน

การที่เรารู้ว่าลูกค้ามาจากช่องทางไหน ก็เพื่อที่เราจะได้ทราบว่าเราต้องใช้ Social Media, Google Search, หรือ Marketplace อื่น ๆ อย่างเช่น Shopee, LAZADA ฯลฯ เข้ามาช่วยหรือไม่ เพราะยิ่งรู้เร็ว ยิ่งทำเร็ว ธุรกิจก็ยิ่งมีโอกาสรอดเร็ว และในอนาคตธุรกิจเราอาจจะโตขึ้นจากช่องทางเหล่านี้ก็ได้

3. ศึกษาเครื่องมือการทำตลาดออนไลน์

ปัจจุบันเครื่องมือทำตลาดออนไลน์มีให้เลือกหลากหลายมาก แต่สถานการณ์โควิด-19 คงต้องเน้นไปที่ Inbound Marketing (การตลาดที่โฟกัสพื้นที่ของตัวเองเป็นหลัก เช่น ผ่าน Blog, Google, Facebook ฯลฯ) ยกตัวอย่าง

3.1 Facebook Fan page การมีเพจจะทำให้เราสามารถโพสต์ + โปรโมต และยิงโฆษณาให้ตรงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น รวมถึง Retargeting (กลุ่มคนที่เคยเข้ามาที่เพจของเราให้กลับมาซื้อ) ได้ด้วย

3.2 Google Ads: (Search) เพื่อดึงดูดให้คนคลิกเข้าเว็บไซต์ของเรา โดยการใช้เงินทำโฆษณา อย่างแรกคือต้องศึกษาคำที่คนเสิร์ชหรือเรื่องที่คนสนใจ

3.3 SEO เพื่อให้ลูกค้าเจอสินค้าและบริการของเราในหน้าแรกที่เสิร์ช ซึ่งเว็บไซต์ของเราต้องมีคุณภาพ และอาจต้องใช้เวลาในการทำมากพอสมควร (แบรนด์ที่มีเว็บไซต์อยู่แล้วอาจจะต้องพัฒนาให้เว็บมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น ระบบการสั่งซื้อสินค้าต้องดำเนินการได้ง่าย)

แต่สำหรับคนที่จะโปรโมตร้านผ่านช่องทาง SEO หรือ Google Ads อาจจะต้องมีเว็บไซต์เป็นของตัวเองก่อนถึงจะทำได้ ซึ่งต้องใช้เวลาทำ และต้องมีงบประมาณพอสมควร  

เอาตัวรอดจากวิกฤต Covid-19 ควรอัปเดตสถานะร้านค้าและสินค้าสม่ำเสมอ

4. อัปเดตสถานะของร้านค้าและสินค้าอย่างสม่ำเสมอ

หากใครมีช่องทางขายสินค้าออนไลน์ควรอัปเดตสถานะและสินค้าอยู่เรื่อย ๆ เช่น มี Google Business ก็ควรอัปเดต Business hours และ Description เป็นต้น รวมถึง Facebook Page, Instagram, LINE OA และ Marketplace อื่น ๆ เพื่อให้ลูกค้ารู้ว่าร้านเรายัง Active อยู่ ไม่ได้หายไปไหน เป็นไปได้หากลูกค้าทักมาควรตอบลูกค้าให้ไวที่สุด เพราะตอนที่ลูกค้าเข้ามาสอบถามแสดงว่ามีความต้องการที่จะซื้อแล้ว หากปล่อยแชตทิ้งไว้นาน ลูกค้าอาจจะไม่ได้อยากซื้อหรืออาจเปลี่ยนไปหาเจ้าอื่นแทน

แน่นอนว่าการเริ่มต้นทำอะไรที่ไม่คุ้นชินหรือไม่เคยมันคงจะทำให้เรากล้า ๆ กลัว ๆ แต่เชื่อเถอะว่า…หากคุณได้ลองทำและศึกษาแล้ว การทำ Digital Marketing นั้นไม่ได้ยากเกินความพยายามอย่างแน่นอน และมันอาจช่วยให้ธุรกิจของคุณรอดพ้นจากวิกฤตของ Covid-19 ก็เป็นได้

แต่ถึงอย่างไรก็คงปฎิเสธไม่ได้ว่าช่องทางออนไลน์ เป็นช่องทางที่หลายคนให้ความสนใจและเป็นที่นิยม โดยเฉพาะในช่วงเหตุการณ์การระบาดของ Covid-19 แน่นอนว่าการแข่งขันบนช่องทางออนไลน์ก็คงจะต้องเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ฉะนั้นเราจึงต้องรีบปรับตัว หมั่นศึกษา อัปเดตข้อมูลใหม่ ๆ อย่างสม่ำเสมอ และที่สำคัญต้องไม่ฉกฉวย เอาเปรียบผู้อื่นในยามที่ทุกคนเดือดร้อนนะครับ

SHARE

RELATED POSTS